สรุปให้ก่อนอ่าน

  • เบาหวานไม่ได้เกิดจากกินหวานอย่างเดียวและคนผอมก็เป็นได้
  • อาการที่พบบ่อยไม่จำเพาะ ต้องยืนยันด้วยการตรวจมาตรฐาน
  • เบาหวานชนิด 2 บางส่วนป้องกันหรือชะลอได้ด้วยอาหาร กิจกรรม น้ำหนัก และการติดตาม
01

เบาหวานคืออะไร และแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร

เบาหวานเกิดเมื่อร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงจากอินซูลินไม่พอหรือทำงานได้ไม่ดี ชนิด 1 เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์สร้างอินซูลินและต้องใช้อินซูลิน ชนิด 2 เกี่ยวข้องกับภาวะดื้อต่ออินซูลินและหลายปัจจัย ส่วนเบาหวานขณะตั้งครรภ์เกิดในช่วงตั้งครรภ์และต้องติดตามทั้งแม่กับลูก

การเหมารวมว่าทุกชนิดเกิดจากกินหวานหรือป้องกันได้ทั้งหมดไม่ถูกต้อง อาหารเป็นส่วนหนึ่งของความเสี่ยงชนิด 2 แต่ยังมีพันธุกรรม อายุ การนอน ยา ภาวะตั้งครรภ์เดิม และกิจกรรมทางกาย

ผู้ใหญ่ชาวไทยรับคำอธิบายแนวโน้มค่าน้ำตาลจากแพทย์
อาการเพียงอย่างเดียวไม่พอ การตรวจมาตรฐานและประเมินปัจจัยเสี่ยงช่วยให้เห็นภาพจริง
02

อาการเบาหวานระยะแรกที่อาจพบ

อาการที่พบบ่อย ได้แก่ กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย หิวบ่อย เหนื่อย แผลหายช้า ติดเชื้อง่าย ตามัว ชาปลายมือปลายเท้า และน้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ แต่เบาหวานชนิด 2 จำนวนมากไม่มีอาการ หรืออาการค่อยเป็นจนชิน

อาการเดียวอาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น ยาขับปัสสาวะ อากาศร้อน การติดเชื้อ หรือปัญหาสายตา จึงไม่ควรซื้อยาหรือจำกัดอาหารรุนแรงจากเช็กลิสต์ ให้ตรวจเพื่อยืนยันและประเมินความเร่งด่วน

อาการเพียงอย่างเดียวไม่พอ การตรวจมาตรฐานและประเมินปัจจัยเสี่ยงช่วยให้เห็นภาพจริง

03

ใครควรคุยกับแพทย์เรื่องการตรวจ

ผู้มีน้ำหนักเกินหรือรอบเอวสูง ประวัติครอบครัว ความดัน ไขมันผิดปกติ โรคหัวใจ เคยมีเบาหวานขณะตั้งครรภ์ กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ หรือใช้ยาที่เพิ่มน้ำตาลควรหารือเรื่องตรวจ แม้รูปร่างผอมก็ไม่ควรละเลยหากมีปัจจัยเหล่านี้

ความถี่ขึ้นกับอายุ ผลเดิม และความเสี่ยง แนวทางของไทยอาจปรับตามระบบบริการ ผู้ที่มีอาการชัดระหว่างรอนัดควรแจ้งหน่วยบริการ ไม่รอรอบตรวจสุขภาพประจำปี

เครื่องตรวจน้ำตาลและหยดเลือดขนาดเล็กข้างปฏิทินติดตามผล
เครื่องปลายนิ้วช่วยติดตาม แต่การวินิจฉัยต้องใช้วิธีและห้องตรวจที่เหมาะสม
04

FPG, HbA1c, OGTT และน้ำตาลแบบสุ่มต่างกันอย่างไร

FPG วัดน้ำตาลหลังงดอาหารตามกำหนด HbA1c สะท้อนระดับน้ำตาลเฉลี่ยในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยไม่ต้องอดอาหารในหลายกรณี OGTT ดูการตอบสนองหลังดื่มน้ำตาลมาตรฐาน และ random glucose วัดได้โดยไม่กำหนดเวลาแต่ต้องแปลร่วมกับอาการ

โลหิตจาง โรคไต การตั้งครรภ์ ความผิดปกติของฮีโมโกลบิน หรือการถ่ายเลือดอาจกระทบ HbA1c ผลผิดปกติครั้งเดียวในคนไม่มีอาการอาจต้องยืนยันตามแนวทาง เครื่องตรวจปลายนิ้วที่บ้านเหมาะกับการติดตามแต่ไม่ควรใช้วินิจฉัยเอง

เครื่องปลายนิ้วช่วยติดตาม แต่การวินิจฉัยต้องใช้วิธีและห้องตรวจที่เหมาะสม

05

ป้องกันหรือชะลอเบาหวานชนิด 2 อย่างไร

เลือกอาหารที่มีใยอาหาร ลดเครื่องดื่มหวานและอาหารพลังงานสูงที่กินง่าย จัดปริมาณข้าวและแป้งให้เหมาะ เพิ่มกิจกรรมแอโรบิกและแรงต้าน นอนให้พอ และรักษาน้ำหนักที่เหมาะกับตน การเปลี่ยนพฤติกรรมร่วมกันทั้งบ้านช่วยทำต่อเนื่องง่ายกว่าแยกผู้เสี่ยงออกมากินอาหารพิเศษ

หากได้รับการวินิจฉัยแล้ว เป้าหมายน้ำตาลต้องเป็นรายบุคคล ยาและอินซูลินไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นเครื่องมือป้องกันภาวะแทรกซ้อน ควรติดตามตา ไต เท้า ความดัน ไขมัน และวัคซีนตามแผนรักษา

ครอบครัวไทยสามวัยเดินหลังอาหารในสวนชุมชน
กิจกรรมที่ทำร่วมกันเป็นประจำช่วยให้การป้องกันเบาหวานยั่งยืนขึ้น
06

เข้าใจ OPD, IPD และเงินก้อนก่อนเลือกความคุ้มครอง

ค่าตรวจ น้ำตาลสะสม ยาประจำ และการดูแลเท้ามักเป็นผู้ป่วยนอก ขณะที่ภาวะน้ำตาลรุนแรง การติดเชื้อ หรือภาวะแทรกซ้อนอาจต้องนอนโรงพยาบาล เงินก้อนโรคร้ายแรงจ่ายเมื่อเข้าเกณฑ์โรคตามสัญญา ไม่ได้จ่ายเพียงเพราะค่าน้ำตาลสูง

ผู้สมัครประกันควรแจ้งผลตรวจ ยา และนัดติดตามตามคำถามในใบสมัคร หากมีเบาหวานอยู่แล้วให้ตรวจข้อเสนอ ข้อยกเว้น และเบี้ยอย่างละเอียด ไม่ควรหยุดยาเพื่อทำให้ผลตรวจดูดี

กิจกรรมที่ทำร่วมกันเป็นประจำช่วยให้การป้องกันเบาหวานยั่งยืนขึ้น

ชื่อโรคและระยะรอคอยของแผนที่เกี่ยวข้อง

ชื่อโรคเดียวกันอาจมีระยะรอคอยต่างกันในแต่ละแผน เลือกเปิดแผนที่สนใจเพื่อดูชื่อโรค จำนวนวัน และความคุ้มครองที่ใช้เงื่อนไขนั้น

ดี เฮลท์ ไลต์30 วัน / 120 วัน / 180 วัน / 90 วัน / 280 วัน / 1 ปี

โรคไหน รอคอยกี่วัน?

แยกการเจ็บป่วยทั่วไปออกจากโรคหรือภาวะเฉพาะ รวมทั้งโรคแทรกซ้อนตามเอกสารของแผนนี้

ระยะรอคอยของ ดี เฮลท์ ไลต์ แยกตามโรคและความคุ้มครอง
ระยะรอคอยโรค ภาวะ หรือการรักษาใช้กับความคุ้มครองไหน
30 วัน
  • การเจ็บป่วยทั่วไปที่ไม่อยู่ในรายการระยะรอคอยเฉพาะ
ความคุ้มครองสุขภาพหลักโบรชัวร์บริษัท · หน้า 22
120 วัน
  • เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด
  • ริดสีดวงทวาร
  • ไส้เลื่อนทุกชนิด
  • ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก
  • การตัดทอนซิล หรืออดีนอยด์
  • นิ่วทุกชนิด
  • เส้นเลือดขอดที่ขา
  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
โรคหรือภาวะเฉพาะ รวมโรคแทรกซ้อนโบรชัวร์บริษัท · หน้า 22
180 วัน
  • โรคต่อมไทรอยด์
  • โรคลมบ้าหมู
  • โรคเบาหวาน
  • โรคภูมิแพ้
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจ
  • โรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร
เฉพาะ OPD เหมาจ่ายที่ซื้อเพิ่ม

ไม่ใช่ระยะรอคอย 180 วันของความคุ้มครองผู้ป่วยในหลัก

โบรชัวร์บริษัท · หน้า 19
90 วัน
  • การถ่างขยายปากมดลูกและการขูดมดลูกกรณีแท้งบุตร
เฉพาะบันทึกสลักหลังความคุ้มครองการคลอดบุตรที่ซื้อเพิ่ม

นับจากวันเริ่มมีผลคุ้มครองของความคุ้มครองส่วนนี้

โบรชัวร์บริษัท · หน้า 20
280 วัน
  • การคลอดบุตร
  • ภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตร
เฉพาะบันทึกสลักหลังความคุ้มครองการคลอดบุตรที่ซื้อเพิ่ม

นับจากวันเริ่มมีผลคุ้มครองของความคุ้มครองส่วนนี้

โบรชัวร์บริษัท · หน้า 20
30 วัน
  • ค่าฉีดวัคซีน
  • ค่ารักษาทางทันตกรรม
  • ค่ารักษาทางสายตา
เฉพาะสุขภาพดี พลัส (Well-Being Plus) ที่ซื้อเพิ่ม

นับจากวันเริ่มมีผลคุ้มครองของบันทึกสลักหลังนี้

โบรชัวร์บริษัท · หน้า 20
1 ปี
  • ค่าตรวจสุขภาพประจำปี
เฉพาะสุขภาพดี พลัส (Well-Being Plus) ที่ซื้อเพิ่ม

นับจากวันเริ่มมีผลคุ้มครองของบันทึกสลักหลังนี้ ใช้วันครบรอบหนึ่งปีตามสัญญา

โบรชัวร์บริษัท · หน้า 20

เริ่มนับจากวันไหน?

นับจากวันเริ่มมีผลคุ้มครองตามสัญญาเพิ่มเติม หรือการต่ออายุเมื่อสัญญาสิ้นผลบังคับครั้งสุดท้าย แล้วแต่วันใดเกิดภายหลัง

ตารางนี้เป็นช่วงเวลาที่ไม่คุ้มครองการเจ็บป่วยตามข้อกำหนด ไม่ใช่รายชื่อโรคทั้งหมดที่แผนคุ้มครอง การพ้นระยะรอคอยยังต้องเข้าเงื่อนไขและไม่ติดข้อยกเว้น

ดูรายละเอียดแผน ดี เฮลท์ ไลต์
โอพีดีต่อครั้ง และ โอพีดีเหมาจ่าย30 วัน / 120 วัน / 180 วัน

โรคไหน รอคอยกี่วัน?

แยกการเจ็บป่วยทั่วไปออกจากโรคหรือภาวะเฉพาะ รวมทั้งโรคแทรกซ้อนตามเอกสารของแผนนี้

ระยะรอคอยของ โอพีดีต่อครั้ง และ โอพีดีเหมาจ่าย แยกตามโรคและความคุ้มครอง
ระยะรอคอยโรค ภาวะ หรือการรักษาใช้กับความคุ้มครองไหน
30 วัน
  • การเจ็บป่วยทั่วไปที่ไม่อยู่ในรายการระยะรอคอยเฉพาะ
ความคุ้มครอง OPDโบรชัวร์บริษัท · หน้า 9
120 วัน
  • เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด
  • ริดสีดวงทวาร
  • ไส้เลื่อนทุกชนิด
  • ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก
  • การตัดทอนซิล หรืออดีนอยด์
  • นิ่วทุกชนิด
  • เส้นเลือดขอดที่ขา
  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
โรคหรือภาวะเฉพาะ รวมโรคแทรกซ้อนโบรชัวร์บริษัท · หน้า 9
180 วัน
  • โรคต่อมไทรอยด์
  • โรคลมบ้าหมู
  • โรคเบาหวาน
  • โรคภูมิแพ้
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจ
  • โรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร
โรคหรือภาวะเฉพาะ รวมโรคแทรกซ้อนโบรชัวร์บริษัท · หน้า 9

เริ่มนับจากวันไหน?

นับจากวันเริ่มมีผลคุ้มครอง วันที่บริษัทอนุมัติเพิ่มผลประโยชน์ หรือการต่ออายุเมื่อสัญญาสิ้นผลบังคับ (Reinstatement) ครั้งสุดท้าย แล้วแต่วันใดเกิดภายหลัง การเพิ่มผลประโยชน์ใช้ระยะรอคอยเฉพาะส่วนที่เพิ่ม

ตารางนี้เป็นช่วงเวลาที่ไม่คุ้มครองการเจ็บป่วยตามข้อกำหนด ไม่ใช่รายชื่อโรคทั้งหมดที่แผนคุ้มครอง การพ้นระยะรอคอยยังต้องเข้าเงื่อนไขและไม่ติดข้อยกเว้น

ดูรายละเอียดแผน โอพีดีต่อครั้ง และ โอพีดีเหมาจ่าย
เทียบให้เห็นภาพ

การตรวจน้ำตาลแต่ละแบบตอบคำถามต่างกัน

การตรวจต้องอดอาหารสะท้อนช่วงเวลาข้อควรระวัง
FPGต้องตามคำสั่งตรวจระดับขณะอดอาหารเตรียมตัวและเวลาให้ถูก
HbA1cโดยทั่วไปไม่ต้องค่าเฉลี่ยหลายสัปดาห์บางภาวะทำให้คลาดเคลื่อน
OGTTต้องเตรียมตามขั้นตอนการตอบสนองหลังน้ำตาลใช้เวลาและต้องอยู่ครบขั้นตอน
Random glucoseไม่กำหนดขณะนั้นแปลร่วมกับอาการและอาจต้องยืนยัน
แบบประกันที่เชื่อมโยง

ดูแบบประกันที่เกี่ยวข้องกับโจทย์นี้

รายการต่อไปนี้มีหน้าที่บางส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อทุกแบบ กรุณาอ่านรายละเอียดและเอกสารทางการก่อนตัดสินใจ

ก่อนดูเบี้ยของแผนที่สนใจ อ่านต่อ: อาชีพ อายุ และเพศ มีผลกับเบี้ยอย่างไร?

ลองวางแผนจากตัวอย่าง
ดี เฮลท์ ไลต์

ดี เฮลท์ ไลต์

ใช้ศึกษาโครงสร้างความคุ้มครองผู้ป่วยในและวงเงินค่ารักษา

ควรตรวจ: การรับประกันและความคุ้มครองขึ้นกับการแถลงสุขภาพ ข้อยกเว้น และเงื่อนไขของแบบที่เลือกดูรายละเอียดแบบประกัน
โอพีดีต่อครั้ง และ โอพีดีเหมาจ่าย

โอพีดีต่อครั้ง และ โอพีดีเหมาจ่าย

ใช้เปรียบเทียบความคุ้มครองค่าพบแพทย์และการติดตามโรคแบบผู้ป่วยนอก

ควรตรวจ: ควรเทียบวงเงิน จำนวนครั้ง และเบี้ยกับรูปแบบการใช้บริการจริงดูรายละเอียดแบบประกัน

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ที่มาของข้อมูลและการแก้ไขบทความ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์อ้างอิงเอกสารบริษัท ภาษีอ้างอิงกรมสรรพากร และสุขภาพอ้างอิงหน่วยงานหรือเอกสารวิชาการตามลิงก์ข้างต้น วันที่ปรับปรุงหมายถึงวันที่แก้เนื้อหา ไม่ใช่วันรับรองทางการแพทย์หรือภาษี ข้อมูลเฉพาะบุคคลต้องตรวจตามเงื่อนไขจริงกับผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง

หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อน โปรด แจ้งทีมที่ปรึกษา พร้อมชื่อบทความและข้อความที่ต้องตรวจ โดยไม่ต้องส่งประวัติสุขภาพหรือข้อมูลส่วนตัวในช่องทางสาธารณะ