สรุปให้ก่อนอ่าน

  • เริ่มจากตารางสวัสดิการเดิม
  • OPD ควรเทียบกับความถี่ใช้จริง
  • Top-up ต้องเข้าใจ deductible
01

ทดสอบด้วยบิลเดียวกัน

สมมติค่าผ่าตัด 800,000 บาท สวัสดิการจ่าย 200,000 บาท แล้วค่อยดูว่าแผนส่วนตัวเริ่มจ่ายเมื่อไร มี deductible หรือวงเงินย่อยใด เพื่อเห็นส่วนที่ต้องจ่ายเองจริง

02

OPD ไม่ใช่คำตอบเดียวของเด็กป่วยบ่อย

รวมค่า OPD ที่จ่ายจริงทั้งปีแล้วเทียบกับเบี้ยและข้อจำกัดจำนวนครั้ง บางคนอาจเหมาะกับออมเองสำหรับค่าเล็กและเน้น IPD สำหรับบิลใหญ่

ผู้ป่วยชาวไทยและพยาบาลเปรียบเทียบบัตรสิทธิ IPD OPD และ Top-up
สิทธิแต่ละชั้นเริ่มทำงานต่างจังหวะ จึงควรเห็นลำดับการใช้จริงก่อนตัดสินใจเพิ่มความคุ้มครอง
03

วางแผนวันที่เปลี่ยนงาน

สวัสดิการนายจ้างสิ้นสุดหรือเปลี่ยนได้ การมีแผนส่วนตัวตั้งแต่สุขภาพยังผ่านเกณฑ์อาจช่วยความต่อเนื่อง แต่ต้องดูเบี้ยระยะยาวและเงื่อนไขต่ออายุ

สิทธิแต่ละชั้นเริ่มทำงานต่างจังหวะ จึงควรเห็นลำดับการใช้จริงก่อนตัดสินใจเพิ่มความคุ้มครอง

04

ทำตารางสิทธิเดิมก่อนเติม IPD หรือ OPD

แยกวงเงินนอนโรงพยาบาล ค่ารักษาไม่ค้างคืน และรายการที่ต้องใช้เป็นประจำ ตรวจว่าแผนสุขภาพหลักมี OPD หรือไม่ก่อนเลือกสัญญาเพิ่มเติม OPD ไม่ได้หมายถึงจ่ายทุกครั้งไม่จำกัด และการรักษาบางประเภทอาจมีนิยามเฉพาะในสัญญา

05

Top-up ต้องดูว่าเงินส่วนแรกคิดอย่างไร

อ่านจำนวน deductible รอบที่คิด และเงื่อนไขประสานสิทธิเดิม หากสวัสดิการเดิมไม่ได้จ่ายรายการที่นำมาหักส่วนแรก คุณอาจต้องใช้เงินตัวเอง จึงควรเตรียมเงินสำรองและถามบริษัทเรื่องเอกสารจากสิทธิเดิมก่อนคาดว่าจะใช้สิทธิได้ทั้งหมด

06

อ่านสวัสดิการหนึ่งใบให้ครบก่อนซื้อเพิ่ม

คำว่า “มีประกันกลุ่ม” ยังไม่บอกว่ามีความคุ้มครองเพียงพอ เพราะวงเงินอาจคิดต่อครั้ง ต่อโรค หรือต่อปีต่างกัน การนำวงเงินต่างหน่วยมาบวกกันทำให้เข้าใจสิทธิมากกว่าที่มีจริง

ถ้าค่าห้องที่โรงพยาบาลเป้าหมายสูงกว่าสิทธิเดิม ให้สอบถามว่ามีเพียงส่วนต่างค่าห้อง หรือมีรายการอื่นที่ได้รับผลจากเงื่อนไขห้องด้วย ต้องตรวจตามสัญญาแต่ละฉบับ

  • ขอ HR ยืนยันวันสิ้นสุดสิทธิเมื่อพ้นสภาพพนักงาน
  • ถามการประสานสิทธิและเอกสารที่ต้องใช้เมื่อมีประกันมากกว่าหนึ่งฉบับ
  • วางเงินสำรองสำหรับส่วนที่ไม่เข้าเงื่อนไขเคลม ไม่ใช้วงเงินรวมแทนเงินสดสำรอง
นำไปใช้กับข้อมูลของคุณ

แผ่นสรุปสวัสดิการก่อนเลือกประกันเสริม

คัดข้อมูลจากคู่มือสวัสดิการล่าสุด แยกหน่วยของวงเงินและวันสิ้นสุดสิทธิ ช่องที่ยังไม่ทราบให้เขียนว่า “รอ HR ยืนยัน” แล้วนำไปขอใบเสนอขายบนข้อมูลชุดเดียวกัน

  1. 01

    รวบรวมสิทธิ

    ดูคู่มือฉบับปัจจุบัน ไม่ใช้เพียงชื่อบริษัทหรือคำว่าเหมาจ่าย

  2. 02

    ระบุช่องว่าง

    ตรวจค่าห้อง รายการรักษา OPD และช่วงเปลี่ยนงานแยกกัน

  3. 03

    ขอทางเลือก

    เทียบแผนที่รับผิดส่วนแรกและแผนปกติ พร้อมเบี้ยรวมสัญญาหลัก

จดข้อมูลและดาวน์โหลดแผ่นเตรียมคุย

ข้อมูลที่จดในส่วนนี้อยู่ในหน้านี้และไฟล์ที่คุณดาวน์โหลด ระบบไม่ส่งข้อมูลให้ที่ปรึกษาและไม่บันทึกไว้เมื่อเปลี่ยนหน้า ไม่ต้องใส่ชื่อ เลขบัตร หรือข้อมูลสุขภาพที่ระบุตัวบุคคล

ดาวน์โหลดได้ทั้งแผ่นเปล่าและแผ่นที่จดแล้ว
เทียบให้เห็นภาพ

เลือกส่วนเติมตามช่องว่างจริง

ทางเลือก / ประเด็นหน้าที่วิธีเปรียบเทียบข้อจำกัดที่ต้องตรวจ
IPDการรักษาที่เข้าเกณฑ์ผู้ป่วยในวงเงินและนิยามการเข้ารักษาค่าห้อง/วงเงินย่อย/ข้อยกเว้น
OPDการรักษาไม่ค้างคืนที่เข้าเงื่อนไขต่อครั้ง จำนวนครั้ง และต่อปีไม่ใช่ทุกบริการนอกโรงพยาบาล
Top-up / deductibleส่วนเกินความรับผิดส่วนแรกรอบคิดและสิทธิที่ใช้ประสานได้ต้องมีเงินรองรับเมื่อสิทธิเดิมไม่พอ
แบบประกันที่เชื่อมโยง

ดูแบบประกันที่เกี่ยวข้องกับโจทย์นี้

รายการต่อไปนี้มีหน้าที่บางส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อทุกแบบ กรุณาอ่านรายละเอียดและเอกสารทางการก่อนตัดสินใจ

ก่อนดูเบี้ยของแผนที่สนใจ อ่านต่อ: อาชีพ อายุ และเพศ มีผลกับเบี้ยอย่างไร?

ลองวางแผนจากตัวอย่าง
ดี เฮลท์ ไลต์

ดี เฮลท์ ไลต์

ศึกษา IPD เหมาจ่าย

ควรตรวจ: ดูวงเงินรวมและวงเงินย่อยดูรายละเอียดแบบประกัน
โอพีดีต่อครั้ง และ โอพีดีเหมาจ่าย

โอพีดีต่อครั้ง และ โอพีดีเหมาจ่าย

เปรียบเทียบ OPD สองโครงสร้าง

ควรตรวจ: เทียบเบี้ยกับค่าใช้จริงต่อปีดูรายละเอียดแบบประกัน
เอ็กซ์ตร้าแคร์ พลัส

เอ็กซ์ตร้าแคร์ พลัส

ศึกษา Top-up

ควรตรวจ: ต้องเข้าใจ deductible และการประสานสิทธิดูรายละเอียดแบบประกัน

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ที่มาของข้อมูลและการแก้ไขบทความ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์อ้างอิงเอกสารบริษัท ภาษีอ้างอิงกรมสรรพากร และสุขภาพอ้างอิงหน่วยงานหรือเอกสารวิชาการตามลิงก์ข้างต้น วันที่ปรับปรุงหมายถึงวันที่แก้เนื้อหา ไม่ใช่วันรับรองทางการแพทย์หรือภาษี ข้อมูลเฉพาะบุคคลต้องตรวจตามเงื่อนไขจริงกับผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง

หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อน โปรด แจ้งทีมที่ปรึกษา พร้อมชื่อบทความและข้อความที่ต้องตรวจ โดยไม่ต้องส่งประวัติสุขภาพหรือข้อมูลส่วนตัวในช่องทางสาธารณะ