สรุปให้ก่อนอ่าน

  • ปัสสาวะเป็นฟองไม่ได้แปลว่าเป็นโรคไตเสมอไป
  • eGFR และอัลบูมินในปัสสาวะมองความผิดปกติคนละด้าน
  • ควบคุมเบาหวานและความดัน ใช้ยาอย่างปลอดภัย และลดเค็มช่วยดูแลไต
01

ไตทำหน้าที่อะไร และโรคไตเรื้อรังคืออะไร

ไตกรองของเสียและน้ำส่วนเกิน รักษาสมดุลเกลือแร่และกรดด่าง ช่วยควบคุมความดัน และเกี่ยวข้องกับเม็ดเลือดแดงกับกระดูก โรคไตเรื้อรังคือความผิดปกติของโครงสร้างหรือการทำงานที่คงอยู่นาน ไม่ใช่ผลตรวจคลาดเคลื่อนชั่วคราวครั้งเดียว

สาเหตุสำคัญได้แก่ เบาหวาน ความดัน โรคหลอดเลือด หัวใจอักเสบของไต โรคทางพันธุกรรม การอุดกั้น และยาหรือสารบางชนิด การกินเค็มเพิ่มภาระความดันและน้ำ แต่ไม่ใช่คำอธิบายเดียวของโรคไตทุกคน

ผู้มีเบาหวานและความดันรับคำแนะนำเรื่องการตรวจไตจากแพทย์
กลุ่มเสี่ยงควรตรวจตามแผนแม้ยังไม่มีอาการผิดปกติ
02

ทำไมระยะแรกจึงอาจไม่มีอาการ

ไตส่วนที่เหลืออาจชดเชยการทำงานได้ ทำให้คนรู้สึกปกติแม้เริ่มมีความผิดปกติ เมื่อโรคมากขึ้นอาจพบบวม เหนื่อย ซีด เบื่ออาหาร คลื่นไส้ คัน ปัสสาวะกลางคืน หรือปริมาณปัสสาวะเปลี่ยน แต่อาการเหล่านี้ไม่จำเพาะ

ฟองในปัสสาวะอาจเกิดจากปัสสาวะแรง ภาวะขาดน้ำ หรือสารทำความสะอาด หากเกิดซ้ำหรือมีบวม เลือดปน ความดันสูง หรือเบาหวานควรตรวจ ไม่ควรประเมิน “เปอร์เซ็นต์ไต” จากลักษณะปัสสาวะ

กลุ่มเสี่ยงควรตรวจตามแผนแม้ยังไม่มีอาการผิดปกติ

03

ใครควรคุยกับแพทย์เรื่องคัดกรองไต

ผู้มีเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ประวัติโรคไตในครอบครัว อายุเพิ่มขึ้น เคยไตวายเฉียบพลัน หรือใช้ยาที่อาจกระทบไตควรหารือเรื่องตรวจ ความถี่ขึ้นกับความเสี่ยงและผลเดิม คนไม่มีความเสี่ยงไม่จำเป็นต้องตรวจชุดใหญ่บ่อยโดยไม่มีข้อบ่งชี้

แจ้งแพทย์เรื่องยาแก้ปวดที่ซื้อเอง สมุนไพร อาหารเสริม ยาขับปัสสาวะ และยาทุกชนิด เพราะบางชนิดต้องปรับตามการทำงานไต ขณะเดียวกัน ยาบางกลุ่มช่วยปกป้องไตในผู้ป่วยที่เหมาะสม จึงห้ามหยุดยาเองเพียงเพราะอ่านว่า “ยากระทบไต”

ตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ และแบบจำลองไตสำหรับการตรวจคัดกรอง
eGFR และอัลบูมินในปัสสาวะให้ข้อมูลคนละด้านและควรดูแนวโน้ม
04

eGFR และ urine albumin บอกอะไร

eGFR เป็นค่าประมาณความสามารถในการกรองจากครีอะตินินร่วมกับข้อมูลส่วนบุคคล มวลกล้ามเนื้อ อาหาร ยา และการเจ็บป่วยอาจมีผล ส่วน urine albumin-to-creatinine ratio ใช้ค้นหาอัลบูมินที่รั่วในปัสสาวะ ซึ่งอาจพบได้แม้ eGFR ยังดูดี

ผลผิดปกติควรได้รับการตรวจซ้ำและประเมินระยะเวลาเพื่อแยกภาวะชั่วคราวจากโรคเรื้อรัง การออกกำลังหนัก ไข้ การติดเชื้อ หรือขาดน้ำอาจกระทบผลบางชนิด ให้นำผลเก่าไปเปรียบเทียบและถามแนวโน้ม ไม่ดูตัวเลขครั้งเดียว

eGFR และอัลบูมินในปัสสาวะให้ข้อมูลคนละด้านและควรดูแนวโน้ม

05

ดูแลไตด้วยการคุมโรคร่วมและใช้ยาอย่างปลอดภัย

ควบคุมน้ำตาลและความดันตามเป้าหมาย ลดโซเดียม งดบุหรี่ เคลื่อนไหวสม่ำเสมอ และรักษาน้ำหนัก หลีกเลี่ยงยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ที่ใช้เองบ่อยโดยไม่ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อขาดน้ำหรือมีโรคไต

อาหารโปรตีน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และปริมาณน้ำต้องปรับตามระยะโรค ผลเลือด และการรักษา คนทั่วไปไม่ควรงดผักผลไม้หรือจำกัดโปรตีนรุนแรงเพื่อ “ล้างไต” สมุนไพรไม่ทราบส่วนประกอบอาจมีโลหะหนัก ยาแอบผสม หรือทำปฏิกิริยากับยา

ผู้ใหญ่ชาวไทยเตรียมอาหารลดเค็มและทบทวนรายการยา
ควบคุมโรคร่วม ลดโซเดียม และใช้ยาอย่างปลอดภัยช่วยชะลอความเสี่ยงต่อไต
06

เตรียมค่าใช้จ่ายตั้งแต่การคัดกรองถึงการรักษา

แยกค่าตรวจเลือด ปัสสาวะ ยาประจำ และพบแพทย์ออกจากค่ารักษาภาวะแทรกซ้อนหรือการฟอกไต ตรวจสิทธิภาครัฐ ประกันกลุ่ม และเครือข่ายโรงพยาบาลก่อน เพราะความคุ้มครองและการส่งต่อแตกต่างกัน

ประกันสุขภาพหรือโรคร้ายแรงอาจช่วยบางส่วนตามนิยามและเงื่อนไข แต่โรคที่เป็นมาก่อน ระยะรอคอย และข้อยกเว้นมีความสำคัญ ผู้ที่มีค่าไตผิดปกติหรืออยู่ระหว่างตรวจต้องแถลงตามจริง ไม่ควรเลื่อนการรักษาเพื่อรอความคุ้มครอง

ควบคุมโรคร่วม ลดโซเดียม และใช้ยาอย่างปลอดภัยช่วยชะลอความเสี่ยงต่อไต

ชื่อโรคและระยะรอคอยของแผนที่เกี่ยวข้อง

ชื่อโรคเดียวกันอาจมีระยะรอคอยต่างกันในแต่ละแผน เลือกเปิดแผนที่สนใจเพื่อดูชื่อโรค จำนวนวัน และความคุ้มครองที่ใช้เงื่อนไขนั้น

ดี เฮลท์ ไลต์30 วัน / 120 วัน / 180 วัน / 90 วัน / 280 วัน / 1 ปี

โรคไหน รอคอยกี่วัน?

แยกการเจ็บป่วยทั่วไปออกจากโรคหรือภาวะเฉพาะ รวมทั้งโรคแทรกซ้อนตามเอกสารของแผนนี้

ระยะรอคอยของ ดี เฮลท์ ไลต์ แยกตามโรคและความคุ้มครอง
ระยะรอคอยโรค ภาวะ หรือการรักษาใช้กับความคุ้มครองไหน
30 วัน
  • การเจ็บป่วยทั่วไปที่ไม่อยู่ในรายการระยะรอคอยเฉพาะ
ความคุ้มครองสุขภาพหลักโบรชัวร์บริษัท · หน้า 22
120 วัน
  • เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด
  • ริดสีดวงทวาร
  • ไส้เลื่อนทุกชนิด
  • ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก
  • การตัดทอนซิล หรืออดีนอยด์
  • นิ่วทุกชนิด
  • เส้นเลือดขอดที่ขา
  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
โรคหรือภาวะเฉพาะ รวมโรคแทรกซ้อนโบรชัวร์บริษัท · หน้า 22
180 วัน
  • โรคต่อมไทรอยด์
  • โรคลมบ้าหมู
  • โรคเบาหวาน
  • โรคภูมิแพ้
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจ
  • โรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร
เฉพาะ OPD เหมาจ่ายที่ซื้อเพิ่ม

ไม่ใช่ระยะรอคอย 180 วันของความคุ้มครองผู้ป่วยในหลัก

โบรชัวร์บริษัท · หน้า 19
90 วัน
  • การถ่างขยายปากมดลูกและการขูดมดลูกกรณีแท้งบุตร
เฉพาะบันทึกสลักหลังความคุ้มครองการคลอดบุตรที่ซื้อเพิ่ม

นับจากวันเริ่มมีผลคุ้มครองของความคุ้มครองส่วนนี้

โบรชัวร์บริษัท · หน้า 20
280 วัน
  • การคลอดบุตร
  • ภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์และหลังคลอดบุตร
เฉพาะบันทึกสลักหลังความคุ้มครองการคลอดบุตรที่ซื้อเพิ่ม

นับจากวันเริ่มมีผลคุ้มครองของความคุ้มครองส่วนนี้

โบรชัวร์บริษัท · หน้า 20
30 วัน
  • ค่าฉีดวัคซีน
  • ค่ารักษาทางทันตกรรม
  • ค่ารักษาทางสายตา
เฉพาะสุขภาพดี พลัส (Well-Being Plus) ที่ซื้อเพิ่ม

นับจากวันเริ่มมีผลคุ้มครองของบันทึกสลักหลังนี้

โบรชัวร์บริษัท · หน้า 20
1 ปี
  • ค่าตรวจสุขภาพประจำปี
เฉพาะสุขภาพดี พลัส (Well-Being Plus) ที่ซื้อเพิ่ม

นับจากวันเริ่มมีผลคุ้มครองของบันทึกสลักหลังนี้ ใช้วันครบรอบหนึ่งปีตามสัญญา

โบรชัวร์บริษัท · หน้า 20

เริ่มนับจากวันไหน?

นับจากวันเริ่มมีผลคุ้มครองตามสัญญาเพิ่มเติม หรือการต่ออายุเมื่อสัญญาสิ้นผลบังคับครั้งสุดท้าย แล้วแต่วันใดเกิดภายหลัง

ตารางนี้เป็นช่วงเวลาที่ไม่คุ้มครองการเจ็บป่วยตามข้อกำหนด ไม่ใช่รายชื่อโรคทั้งหมดที่แผนคุ้มครอง การพ้นระยะรอคอยยังต้องเข้าเงื่อนไขและไม่ติดข้อยกเว้น

ดูรายละเอียดแผน ดี เฮลท์ ไลต์
โอพีดีต่อครั้ง และ โอพีดีเหมาจ่าย30 วัน / 120 วัน / 180 วัน

โรคไหน รอคอยกี่วัน?

แยกการเจ็บป่วยทั่วไปออกจากโรคหรือภาวะเฉพาะ รวมทั้งโรคแทรกซ้อนตามเอกสารของแผนนี้

ระยะรอคอยของ โอพีดีต่อครั้ง และ โอพีดีเหมาจ่าย แยกตามโรคและความคุ้มครอง
ระยะรอคอยโรค ภาวะ หรือการรักษาใช้กับความคุ้มครองไหน
30 วัน
  • การเจ็บป่วยทั่วไปที่ไม่อยู่ในรายการระยะรอคอยเฉพาะ
ความคุ้มครอง OPDโบรชัวร์บริษัท · หน้า 9
120 วัน
  • เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด
  • ริดสีดวงทวาร
  • ไส้เลื่อนทุกชนิด
  • ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก
  • การตัดทอนซิล หรืออดีนอยด์
  • นิ่วทุกชนิด
  • เส้นเลือดขอดที่ขา
  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
โรคหรือภาวะเฉพาะ รวมโรคแทรกซ้อนโบรชัวร์บริษัท · หน้า 9
180 วัน
  • โรคต่อมไทรอยด์
  • โรคลมบ้าหมู
  • โรคเบาหวาน
  • โรคภูมิแพ้
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจ
  • โรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร
โรคหรือภาวะเฉพาะ รวมโรคแทรกซ้อนโบรชัวร์บริษัท · หน้า 9

เริ่มนับจากวันไหน?

นับจากวันเริ่มมีผลคุ้มครอง วันที่บริษัทอนุมัติเพิ่มผลประโยชน์ หรือการต่ออายุเมื่อสัญญาสิ้นผลบังคับ (Reinstatement) ครั้งสุดท้าย แล้วแต่วันใดเกิดภายหลัง การเพิ่มผลประโยชน์ใช้ระยะรอคอยเฉพาะส่วนที่เพิ่ม

ตารางนี้เป็นช่วงเวลาที่ไม่คุ้มครองการเจ็บป่วยตามข้อกำหนด ไม่ใช่รายชื่อโรคทั้งหมดที่แผนคุ้มครอง การพ้นระยะรอคอยยังต้องเข้าเงื่อนไขและไม่ติดข้อยกเว้น

ดูรายละเอียดแผน โอพีดีต่อครั้ง และ โอพีดีเหมาจ่าย
เทียบให้เห็นภาพ

การตรวจไตแต่ละชนิดมองคนละมิติ

การตรวจดูอะไรข้อดีข้อจำกัด
Creatinine/eGFRการกรองของไตโดยประมาณติดตามแนวโน้มได้มวลกล้ามเนื้อและภาวะเฉียบพลันมีผล
Urine albuminโปรตีนอัลบูมินรั่วพบความเสียหายบางชนิดได้เร็วต้องยืนยันหากผิดปกติ
Urinalysisเลือด โปรตีน เซลล์ และข้อมูลอื่นช่วยชี้เบาะแสหลายด้านไม่บอกสาเหตุทั้งหมด
อัลตราซาวนด์โครงสร้าง ขนาด และการอุดกั้นเห็นความผิดปกติทางกายภาพไม่ได้ใช้แทนผลเลือด/ปัสสาวะ
แบบประกันที่เชื่อมโยง

ดูแบบประกันที่เกี่ยวข้องกับโจทย์นี้

รายการต่อไปนี้มีหน้าที่บางส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อทุกแบบ กรุณาอ่านรายละเอียดและเอกสารทางการก่อนตัดสินใจ

ก่อนดูเบี้ยของแผนที่สนใจ อ่านต่อ: อาชีพ อายุ และเพศ มีผลกับเบี้ยอย่างไร?

ลองวางแผนจากตัวอย่าง
ดี เฮลท์ ไลต์

ดี เฮลท์ ไลต์

ใช้ศึกษาโครงสร้างความคุ้มครองผู้ป่วยในและวงเงินค่ารักษา

ควรตรวจ: การรับประกันและความคุ้มครองขึ้นกับการแถลงสุขภาพ ข้อยกเว้น และเงื่อนไขของแบบที่เลือกดูรายละเอียดแบบประกัน
โอพีดีต่อครั้ง และ โอพีดีเหมาจ่าย

โอพีดีต่อครั้ง และ โอพีดีเหมาจ่าย

ใช้เปรียบเทียบความคุ้มครองค่าพบแพทย์และการติดตามโรคแบบผู้ป่วยนอก

ควรตรวจ: ควรเทียบวงเงิน จำนวนครั้ง และเบี้ยกับรูปแบบการใช้บริการจริงดูรายละเอียดแบบประกัน

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ที่มาของข้อมูลและการแก้ไขบทความ

ข้อมูลผลิตภัณฑ์อ้างอิงเอกสารบริษัท ภาษีอ้างอิงกรมสรรพากร และสุขภาพอ้างอิงหน่วยงานหรือเอกสารวิชาการตามลิงก์ข้างต้น วันที่ปรับปรุงหมายถึงวันที่แก้เนื้อหา ไม่ใช่วันรับรองทางการแพทย์หรือภาษี ข้อมูลเฉพาะบุคคลต้องตรวจตามเงื่อนไขจริงกับผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง

หากพบข้อมูลคลาดเคลื่อน โปรด แจ้งทีมที่ปรึกษา พร้อมชื่อบทความและข้อความที่ต้องตรวจ โดยไม่ต้องส่งประวัติสุขภาพหรือข้อมูลส่วนตัวในช่องทางสาธารณะ